กลับบ้าน

posted on 02 Aug 2008 20:05 by herstar  in wannakhamcomment

อ้าเฮอออ...
ชอบอย่างแรง
เด๋วศุกร์นี้จะลงใต้ อิอิ


24 กรกฎาคม 2550 8:27:16
........


         ปีนี้ 2551 แล้ว  สูหล็อบบ้านอีกครั้ง
ครึ่งเดือนแล้วนะ  หล็อบไปอยู่เริน
อยู่กับพ่อกับแม่  ได้เป็นเด็กในบ้านอีกหน

เด็กในบ้านน่ารักนะ
อย่าเที่ยวคิดไปพรรค์นู้พรรค์นี้
คนป็นพ่อเป็นแม่มีสุขเมื่อมีเด็กในบ้าน

เรานั่งลืมตาเห็น เด็กหญิงนั่งเล่นขายของ
ขุดดินโปลกต้นไม้
เดินตามหลังพ่อ ไปนั่งเล่นเท่ทำงานพ่อ

บางวันเด็กหญิงอยากทำกับข้าว
ให้พ่อกับแม่กิน
เธอแล วุ่น จุ๊นเสียดี

ในครัวของแม่ สาอีรกจนแม่รำคาญแน่ ๆ

น่าเห็นดูพ่อกับแม่นะ
ต้องกินกับข้าวของโลกสาวคนสวย
ฮา ฮา ฮา

รู้ไหม  หัวใจแม่กับพ่อ
ยิ้มแค่ไหน รู้สึกดีเท่าได
ที่ได้กินกับข้าวฝีมือโลกสาวตนเอง

นี่แหล่ะ  บุญอย่างแรงกล้า
เพียงยิ้ม เพียงคำพูด
เพียงน้ำหนึ่งแก้ว หนึ่งขัน
ที่เราเอาให้พ่อแม่
เป็นบุญแก่ชีวิตอย่างมหาศาล

จำไว้นะ

หอนได้ยินม้ายคำแรกก่อน-

"รักพ่อรักแม่ รักโลกหมาตากริบ"

ถ้าหอนได้ยิน ท่องแล
แล้วจะเห็นภาพชีวิตครอบครัว
มีพ่อ แม่ ลูก
เป็นภาพชีวิตงาม

บ้าน คือที่อยู่ของพระอรหันต์
ได้กลับบ้าน
คือการได้กลับไปกราบ อยู่ใกล้ชิดพระอรหันต์

ชีวิตมีสุข ยิ่งกว่าสถิตย์ ณ สวรรค์.

 


                                21.06/ 4 พฤษภา 2551

 

 


ในท่ามกลางความเงียบสงัด
ฉันหลับสนิทอย่างสงบ
ยุงขบ ก็ไม่สน
กรนครอก ๆ ..

การบ้านไม่แตะสักหิด
ทำถูก ๆ ผิด ๆ ค่อยไปส่ง
บายใจฉาด


11 กรกฎาคม 2550 7:03:49
........


ผมชอบมอง
นอนมองเวลาเธอนอนหลับ
เธอหลับด้วยความสุข
ผมอิจฉาการนอนหลับของเธออย่างมาก
อิจฉาอย่างมากจริง ๆ

เธอนอนหลับด้วยไม่มีความทุกข์
หรือครุ่นคำนึงใดแฝงบนใบหน้า
เปลือกตาเธองามมากยามนี้
ใบหน้าเธอเผยให้เห็นความเยาว์วัย
ที่เต็มสาวอย่างยิ่ง

บางครั้งมองเห็นแล้วรู้สึกราวกับว่า
เธอเป็นหนูน้อยที่กำลังนอนหลับ
บนฟูกนอนที่มีผ้าอ้อมขาวรองรับ
มีดาวใบไม้ หรือปลาตะเพียนใบไม้มะพร้าวสาน
ห้อยวิ่งเล่นลมอ่อน ๆ อยู่ด้านบนเปลผ้า

......

มีบ่อยเหมือนกันที่เธอนอนหลับ
หลับได้ทั้งนั้นบนพื้นที่ ๆ พอเหยียดร่าง
เพื่อกระทำการนอน
ชั่วไม่กี่นาที แขน ขา ของเธอเริ่มเคลื่อนทิศทาง
แต่ปากเธอยังคงเผยองามอยู่เช่นเดิม

ชั่วไม่ทันถึงชั่วโมง
ปากเธอเริ่มบอกเล่าเรื่องราวที่ผมไม่อาจ
ฟังได้ว่าเธอกล่าวเช่นไร

การบอกเล่าของเธอเริ่มพร้อม ๆ กับการขยับ
พลิกตัวในท่านอนบิดร่าง
มือพาดไปด้านบนทิศที่นอน
ขาสองข้างแยกจากกันด้วยเอาขาด้านหนึ่ง
ไปพาดกับสรรพสิ่งที่อยู่ใกล้

ทั้งการนอนหลับที่มองเห็นดังหนูน้อย
และการหลับเช่นเด็กสาวเต็มวัย
เธอหลับอย่างสุข
ไม่สนโลก ไม่สนใด ๆ
น้ำจะท่วมโลก
รัฐบาลจะถูกกำจัด
หรือเหตุการณ์ใดก็ตาม

เธอหลับอย่างสบายตัวและหัวใจ

 

 

                     23.06/ 26 เมษา 2551

 

วันที่มีความสุข

posted on 02 Aug 2008 19:33 by herstar  in wannakhamcomment

 

หวัดดีวันอังคาร,,

หน้าไหนๆ ก็ดีทั้งนั้น ถ้ามีความสุข
แต่อากาศคงเปลี่ยนแปลงบ่อย
ชอบหน้าฝนผสมหนาวปนร้อน อิอิ
แต่หน้าฮาวาเอี้ยนขอบชีส ก้อดีนะ


10 กรกฎาคม 2550 7:21:57
........

วันที่เราอยู่ใกล้กัน อยู่ด้วยกันและวันที่อยู่ไกลกัน
ในบางวันนั้น
บางครั้งมีสุข บางครั้งมีทุกข์

มนุษย์เราชอบที่จะให้ชีวิต
มีความสวัสดีทุก ๆ วัน

2 -3 วันมานี้ฝนเริ่มตกหนักทุกวัน
หลังจากวันที่ติดฝนอยู่ที่บ้านริมน้ำ
ผมไม่ได้ไปไหนเลย อยู่ห้อง
ห้องที่มีหนังสือเป็นเพื่อน
ผมนอนอยู่กับหนังสือ มีคุณคอยเฝ้าโทรศัพท์
ส่งอีเมล และออนเอ็มเอสเอ็นมาพูดคุย
บอกเล่าเรื่องราวที่บ้านให้ฟังอย่างรื่นรมย์

เราคุยกันเรื่องชีวิตประจำวัน
เรื่องงานเขียน เรื่องของเล่น
และอีกมากมาย

.....

คุณรู้สึกไหม ?
ช่วงนี้ที่เราอยู่ไกลกัน ครั้งที่สอง

ครั้งแรกคุณอยู่เมืองเหนือ
เราต่างมีความคิดถึง แต่ได้ยินเสียงกันน้อยมาก
ครั้งนี้ เรามีโอกาสได้ยินเสียงกันมากขึ้น

ที่สำคัญเราได้ยินเสียงเต้นของดวงใจ
มากกว่าเดิม คุณว่าไหม ?

คุณมีความสดใสในหัวใจมากขึ้น
ยิ้มของคุณมีเสน่ห์มากขึ้น
เพราะเป็นยิ้มที่เริงร่าอย่างไม่แอบแฝง

ผมไม่ได้เห็นยิ้มนั้น
แต่รู้สึกสัมผัสในหัวใจ


อากาศเปลี่ยนแปลงเช่นไร ก็ช่างเถอะ

ขอหัวใจคุณได้ดำรงอยู่ในความสุขสวัสดีทุก ๆ วันนะ


ด้วยความคิดถึงหัวใจเยาว์วัย

 

                          22.50/26 เมษา 2551

บทกวี

posted on 05 Jun 2008 20:54 by herstar  in wannakhamcomment

 

บทกวีงามหลายเด้ออ้าย
คึดฮอดทุกท่าน

 

25 พฤษภาคม 2550 18:47:43
........


บทกวี,
เมื่อก่อนผมไม่เคยรู้จักว่ามันคือ อะไร หรือตัวอะไร
สมัยเด็กตอนเรียนประถม จำได้เพียงคำว่า กลอน บทกลอน
ที่ครูให้ท่องจำในชั่วโมงวิชาภาษาไทย

พอได้มาคุ้นชินกับคำ ๆ นี้ ผมก็ยังไม่แน่ใจว่า มันคืออะไรกันแน่
ผมงงกับมันอยู่ประมาณ 3 ปี !
แล้วเลิกสนใจมันไปในช่วง 2 ปีต่อมา
รุ่งขึ้นอีกปี ผมแจ่มแจ้งคำนี้ !

จากประมวลความจำที่ได้อ่านคนโน้นนี้กล่าวกันถึงคำนี้ใน 5 ปี ที่พ้นนั้น
ช่วง 3 ปีแรกใน 5 ปี  อ่านที่เขาว่ากัน
2 ปีหลังที่เลิกครุ่นคิดกับมัน
เพราะผมกำลังอยู่กับมัน แต่ไม่ได้สนใจนึกคิดอยากรู้ตามที่เคยเป็น
นั่นเพราะผมอยู่กับราก กับเหง้าคำ ๆ นี้

รุ่งปีนั้น ผมจึงแจ่ม แจ้ง
แจ่มแจ้งตามประสาผม..

แล้วจากนั้น ผมก็เริ่มเขียน ๆ
เขียนไปตามประสาผมเหมือนกัน
มีหลายคนชมชอบ
มีหลายคนต่อคำว่ากล่าว

และมีหลายคนด่า
ก็แล้วแต่ใครรู้สึกนึกคิดอย่างไร

.....

มาเมื่อเกือบเดือนนี้เอง
เด็กสาววัยใกล้ล่วงนิติภาวะคนหนึ่ง
ได้เขียนถ้อยคำที่ผมเรียกว่า "หวานน้ำแข็งใส.."
ซึ่งเป็นแนวการเขียนที่ต่างออกไปจากที่เธอเขียน
เธออยู่ในวัยใส แต่เพิ่งมาเริ่มคิดเขียนแนวใส ๆ
ทำให้ดูแปลกต่าง ผมยินดีกับถ้อยคำของเธอ
ชมชอบ อยากให้เธอเขียนเช่นนี้ในช่วงระยะก่อนลุนิติภาวะ
ไว้เป็นอนุสรณะชีวิต
ผมนึกคิดอยู่คนเดียวได้ไม่กี่วัน
อยู่ ๆ เธอบอกมาว่าจะเขียนแนวนี้ไว้สักเล่ม
มาตรงกับหัวใจที่ผมคิด
ผมยิ่งปลื้มใจอย่างมาก

ผมเห็นยิ้ม ดวงใจ ใบหน้าสดใสของเธอในทันที
ผมมีความสุข
เด็กน้อย, ใช่ ! คำ ๆ นี้
และความรู้สึกเด็กน้อย ผมได้รับจากดวงใจดวงหนึ่ง
ทำให้ผมกลับมาคิด และชมชอบความเป็นเด็กน้อย

ผมหลงลืมเด็กน้อยในชีวิตผมไปนาน
...

ในขณะที่คนที่ทำให้ผมได้หวนรำลึกความเป็นเด็กน้อย
ได้นิ่งในความเงียบที่ผมไม่อาจรู้

เด็กสาวปรากฏร่าง ฉายยิ้มละไม ทะเล้นทะลึ่งตึงตัง
บ้า ๆ บอ ๆ มาเต้นร่า ๆ ให้ผมยิ้ม หัวใจมีสุข

ผมจึงได้มีเรื่องเล่าแบบเด็ก ๆ
เคล้ากับเรื่องแบบคนแก่ ๆ ให้เธอฟัง
พูดให้ตรงก็คือ ผมเป็นคนแก่ นั่งเล่าความหลังให้เด็กฟัง

แล้วไปไหนมาไหน เจออะไรแบบเด็ก ๆ ผมก็จะบอกเล่าแก่เธอ
จึงทำให้เธอเล่าเรื่องแบบเด็ก ๆ ให้ผมฟัง


จึงได้มีเรื่องราวเป็นเรื่องเล่า
"หวานน้ำแข็งใสปรางแก้ว"
เยาว์วัยที่แสนงาม


ผมยิ่งรักในเรื่องเล่าของเธอ
ชื่มชมและขอบคุณเธอ
ที่ทำให้ชีวิตผมมีความสุข

ผมรักบทกวี
เรื่องเล่าแห่งชีวิต


ความคิดถึงของเราจึงเป็น "พันธะ" -

นี่ ใช่ด้วยหรือไม่ ?

"พันธะระหว่างวัย"


.....

 

                            25 เมษา 2551

.. สุดสายฝน

posted on 05 Jun 2008 20:42 by herstar  in wannakhamcomment

 

อ่า,,
มหา 'ลัยเหมืองแร่ สุดยอด!!~


11 พฤษภาคม 2550 10:26:34
.....

ช่วงใกล้ค่ำ เมื่อวานลมแรงๆ มาก ๆ หอบฝนมหึมากระหน่ำลงเจ้าพระยาและบ้านเรือนริมน้ำ
อย่างหนัก แน่น และหน่วง
บ้านริมแม่น้ำ, ผมหลบฝนอยู่ที่นั่น
     
    ตอนลมเริ่มพัดอย่างหน่วงหนักนั้น ผมกำลังคุยโทรศัพท์กับเธอ ลมหวึดหวึงผ่าน
โทรศัพท์มือถือส่งเสียงพัดไปสู่เธอในแดนใต้
    ตอนฝนกระหน่ำ ผมคุยโทรศัพท์กับเธออีกครั้ง และบอกขอปิดเครื่องก่อนเพราะ
กลัวลม ฝนและฟ้า

.....
    ในระหว่างลม ฝนและเสียงฟ้าที่ซัดสาดจนบ้านริมน้ำสะเทือนไหวนั้น ผมนั่งอยู่อย่าง
เดียวดาย คนเดียวบนเก้าอี้หวาย หวาดหวั่นกับสถานการณ์นั้นอย่างมาก
    ในคิดกลัวนั้น ผมคิดถึงเธอสลับกันไปมา ใจลอยบางคราว หนีลมฝนไปนั่งอยู่กับเธอ

    ไม่ได้ไปนั่งอยู่ ณ ที่แห่งใด ผมนั่งอยู่กับเธอในบ้านริมน้ำหลังนี้
    มีเพียงเราสองคน
    เธอชมชอบฝนที่กำลังตก แต่ผมกลับหวาดหวั่น แต่ดีใจที่มีเธออยู่เป็นเพื่อนใกล้ ๆ
ทำให้พอคลายหวาดหวั่นนั่นบ้าง  เธอมานั่งซุกตัวในอ้อมแขน อบอุ่นในชิดใกล้นั้น..


   .....

   สุดสายฝนนั้นอยู่ที่ใดนะ
-----
(ครูอาจินต์ ปัญจพรรค์
เขียนเรื่องสั้นชุด เหมืองแร่ เรื่องแรกลงใน สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์
ในชื่อเรื่อง "สุดสายฝน"
..

      ผมหยิบหนังสือ เหมืองแร่ ฉบับสมบูรณ์ (สนพ.หมึกจีน พิมพ์ครั้งแรก 2536)
มาเปิดๆ อ่านบางหน้า  เรื่องสั้นชุดนี้ผมมีหลายเล่มปกอ่อน ทั้งปกพิมพ์บางเก่ากึก
และที่พิมพ์ครั้งต่อมา  เลือกชื่อ สุดสายฝน  มาเขียนเพราะว่าช่วงนี้ฝนกำลังตกหนัก
เนื้อเรื่องนั้นเป็นเรื่องของชีวิตคน- ฉายภาพชีวิตคนเขียนและคนผ่านทางในระหว่างที่
กินเหล้าท่ามลมฝน..)

 

                           24 เมษา 2551

 

 

ความรัก ความศรัทธา
เป็นสองอย่างที่อยู่ร่วมกัน
อิงอาศัยซึ่งกันและกัน
จนรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

เมื่อเรารัก เราจักศรัทธา
เช่นกัน เมื่อเราศรัทธาแล้วเราจักรัก

ความศรัทธา ไม่ใช่ความถือมั่นต่อสิ่งที่ตนเองเชื่อ
ความรัก ก็ไม่ใช่ความรักมั่นต่อสิ่งที่ตนเองรัก

แต่เป็นความลงตัวของจิตใจ
ที่มั่นในรักอย่างไม่คลางแคลง
เป็นรักศรัทธาในดวงใจที่ถือครองด้วยการรู้เท่าทัน

ประทับดวงใจไว้ในกันและกัน
อย่างตื่นรู้ เป็นธรรมดา ธรรมชาติอย่างยิ่ง
เป็นธรรมชาติในฝ่ายให้รู้สึกยินดี !
แต่เป็นการยินดีอย่างรู้ทั่วพร้อม

ชายหญิงมีความรักความศรัทธาในหัวใจเท่าๆ กัน
เพียงแต่ว่า เขาและเธอ
วางความรักความศรัทธานั้นไว้อย่างไร
วางไว้ในใจอย่างโดดๆ หรือกระทำให้เป็นหนึ่งเดียว
ด้วยความเข้าใจ


ความรัก ความเข้าใจ ความศรัทธา
ความเป็นกลางสร้างประสานให้เกิดรักที่แท้.

 


                                               30 เมษา 2551